10 ตำนานเทพบุตรลูกหนัง

นับตั้งแต่ปี2406ที่ประวัติความเป็นมาของฟุตบอลเริ่มมีการบันทึกอย่างชัดเจน และมีการจัดการแข่งขันให้เป็นทางการและเป็นลีกอาชีพขึ้นในปี 2413 ภายในประเทศอังกฤษ เวลาได้ผ่านมาเป็นหลายร้อยปีและได้สร้างตำนานมากมายขึ้น วันนี้พวกเราทางเทพบุตรลูกหนังได้จัดอันดับ 10 ตำนานลูกหนังที่ได้รับการยอมรับมาให้กับแฟนๆลูกเพจของพวกเราได้รู้จักกัน จะมีใครบ้างติดตามกันได้เลย

1.เปเล่ ( Pele )

นักฟุตบอลPELE

นี้คือสุดยอดตำนานฟุตบอลที่แทบจะไม่มีใครรู้จัก ต่อให้จะเป็นเด็กรุ่นใหม่ๆก็ต้องรู้จักกับชายคนนี้ ยอดนักฟุตบอลชาวบราซิลเบอร์10 ชื่อจริงของเขา คือ เอดซง อารังชีส ดุ นาซีเมงตู ( Edson Arantes Do Nascimento ) กับฉายา ราชาแห่งฟุตบอล”ไข่มุกสีดำ” เปเล่เริ่มเล่นฟุตและเริ่มเอาจริงเอาจังในวัย11ปี พออายุได้15ปี เขาได้เข้าร่วมกับทีมเยาวชนของซานโตส เอฟซี สุดยอดทีมสโมสรในบราซิล และพออายุ 17ปี เปเล่ติดทีมชาติและเข้าแข่งขันฟุตบอลโลกเป้นครั้งแรกในปี 1958 และได้พาบราซิลคว้าแชมป์ฟุบอลโลก

สถิติในการทำประตูตลอดการค้าแข้งรวม 1,283 ประตุ จาก 1,363 นัด และ ทำแฮตทริกมากที่สุดในโลกถึง 92 ครั้ง



2.ดิเอโก้ มาราโดน่า ( Diego Maradona )

Diego Maradona

เสือเตี้ย ดิเอโก้ มาราโดน่า ผู้ที่สวรรค์ประทานเท้าซ้ายให้กับเขา และลีลาการเล่นอันยียวนกวนประสาท มาราโดน่าเริ่มเล่นฟุบอลอาชีพเมื่ออายุ 15 ปี และเข้าร่วมฟุตบอลโลกทีมชาติตั้งแต่อายุ17ปี ในปี1982 หลังเกมส์ฟุตบอลดลกจบลงเขาได้ย้ายเข้าสู่สโมสร บาร์เซโลนา ด้วยค่าตัวเป็นสถิติสุงที่สุดในตอนนั้นจำนวน 5 ล้านปอนด์ มาราโดน่าถือเป็นกำลังสำคัญในการนำพาทีมคว้าแชมปืต่างๆมากมาย ก่อนจะย้ายไปสโมสรนาโปรลี ลีกของอิตาลี ด้วยค่าตัว 6.7 ล้านปอนด์ สร้างสถิติราคาสูงสุดอีกครั้ง จนกระทังเขาเองเริ่มมีปัญหาเกี่ยวกับยาเสพติดและความเครียด และย้ายกลับไปยังโบคา จูเนียร์ สโมสรดั้งเดิมของเขา

” Hand of God ” หลายคนน่าจะคุ้นกับฉายานี้ ในเกมส์แข่งขันฟุตบอลโลกปี1986 มาราโดน่าถูกเลือกเป็นกัปตันทีมชาติอาร์เจตินา และพาลูกทีมเข้าไปถึงรอบสุดท้ายปะทะกับอังกฤษก่อนจะซัดลูกเข้าตาข่ายถึง2ลูก โดยลูกที่2เขาได้พาบอลจากครึ่งสนามไปยังอีกฝังประตูพร้อมหลอกล่อผู้รักษาประตูและปิดท้ายสกอร์เกมส์

มาราโดน่า ลาวงการด้วยปัญหายาเสพติดในปลายยุค90 เขาเป็นนักเตะที่มีฝีเท้าและรางวัลการันตีมากมาย ฟีฟ่าจึงเลือกให้เขาเป้นผู้เล่นแห่งศตวรรษที่20เคียงคู่กับราชาอย่างเปเล่


3.ฟรานซ์ เบ็คเคนบาวเออร์ (Franz Beckenbauer)

Franz Beckenbauer

ฉายา”จักรพรรดิ” ยอดนักฟุตบอลชาวเยอรมัน ด้วยฝีมือและลีลาที่ถือเป็นพื้นฐานให้คนรุ่นใหม่ เป็นคนที่สามารถเล่นได้หลากหลายตำแหน่งโดยเฉพาะตัวตัดเกมส์ถือเป็นจุดเด่นที่สุด ฟุตบอลโลกปี 1974 เยอรมันได้ถ้วยปีนี้ไปครองจากการเป็นกัปตันทีมของเขา อีกทั้งยังได้ถ้วยสโมสรยุโรปถึง3สมัยจากการเป็นผู้จัดการทีมตั้งแต่ปี 1990 ให้กับทีมบาเยิร์น มิวนิค ซึ่งปัจจุบันยังไม่มีใครทำได้
ในปี 1999 มีการคัดเลือกนักฟุตบอลที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในศตวรรษ เบ็คเคนบาวเออร์ ได้อันดับที่ 3 ไปครอง
ฟุตบอลโลกปี 2006 ถูกจัดขึ้นที่เยอรมันได้เนื่องจากได้รับแรงขับเคลื่อนผลักดันจากเขา
เบ็คเคนเบาเออร์ เป็นกองหลังคนแรกที่ได้รับรางวัล บังลังดอร์คนแรกอีกด้วย


4.เลโอเนล เมสซี่ (Lionel Messi)

ลิโอเนล เมสซี่

”มนุษย์ต่างดาวแห่งวงการลูกหนัง” ฝีเท้าระดับยิ่งกว่าฟ้าประทานเป็นสุดยอดนักฟุตบอลที่ยังโลดแล่นในปัจจุบัน ความยิ่งใหญ่ของเมสซี่นั้นเทียบเท่ากับเปเล่และมาราโดน่าเลยทีเดียว ด้วยถ้วยรางวัลมากมายใรระดับสโมสรและทวีป เขาเติบโตในอาร์เจนตินา เมสซี่ในวัยเด็กพบความผิดปกติทางร่างกายทำให้เขาสูงเพียงแค่ 140 ซม. ในขณะที่อายุ 13 ปี แพทย์แนะนำให้ฉีดฮอร์โมนเพื่อเร่งการเจริญเติบโต แต่ค่าใช้จ่ายสูงถึง 30,000 บาทต่อเดือนเลยทีเดียว เป็นสาเหตุที่พ่อของเขาถึงกับถอดใจ แต่แล้วโชคก็เข้าข้างเขา เมื่อสโมสรเห็นแววของเด็กคนนี้จึงรับเมสซี่เข้ามาดูแล จนสามารถเพิ่มความสูงไปได้ถึง 170 ซม.
ถือเป็นการตัดสินใจที่ดีเพราะบาร์เซโลนาได้สร้างสุดยอดนักฟุตบอลของโลกขึ้นมาอีกคนหนึ่ง เขาเป็นทั้งจอมพิฆาตประตู ตัวรุกรวมถึงตัวตัดเกมส์ ปัจจุบันเมสซี่ได้รับรางวัลมากมาย รวมถึงบัลลงดอร์7สมัย เป็นตัวการันตีความสุดยอดของเขาได้อย่างชัดเจน


 5. โยฮัน ครัฟฟ์ (Johan Cruyff )

โยฮัน ครัฟฟ์ Johan Cruyff

”นักเตะเทวดา” โยฮัน ครัฟฟ์ ผู้ที่มีลีลาการเล่นสง่างามที่สุด ครัฟฟ์เรื่มเล่นฟุตบอลอาชีพครั้งแรกตอนอายุ 17 ปี กับสโมสรอาแจ็กซ์ ซึ่งในขนาดนั้นยังเป็นสโมสรกึ่งอาชีพอยู่ จนเวลาผ่านไป 2 ปี จากการมาของครัฟฟ์ อาแจ๊กซ์กลายเป็นสโมสรที่ประสบความสำเร็จที่สุดของโลก ด้วยการเล่นลีลาที่รวดเร็วและแปลกใหม่ของครัฟฟ์ที่เรียกว่า”Total Football” ทำให้ครัฟฟ์เป็นหัวใจหลักของทีม หลายครั้งที่ลีลาและความสามารถของเขานำมาชัยชนะมาให้กับทีม เขานำอาแจ็กซ์คว้าชัยด้วยการทำประตู 25 ลูก ใน 23 นัด คว้าตำแหน่งนักเตะยอดเยี่ยมตั้งแต่อายุเพียง 18 ปี พาสโมสรคว้าแชมป์ยุโรปและพาทีมชาติคว้าแชมป์ยุโปรด้วย แต่อย่างไรก็ตามครัฟฟ์ไม่เคยพาอัศวินสีส้มสัมผัสกับควมสำเร็จของถ้วยฟุตบอลโลกเลยสักครั้ง



6.ซีเนดีน ซีดาน ( Zinedine Zidane )

ยอดนักบอลชาวฝรั่งเศส ผู้ที่เปี่ยมไปด้วยเทคนิคแพรวพราวพลิ้วไหวที่สุดคนหนึ่ง ผู้ที่มีทักษะการครองบอล การทำประตู เปิดเกมรุก อย่างดีเยี่ยมและถือเป็นตัวสำคัญของทีมชาติฝรั่งเศสเลยทีเดียว ครอบครัวของเขาอพยพมาจากแอลจีเรียและมาอาศัยอยู่ในฝรั่งเศส เริ่มเล่นฟุตบอลอาชีพในวัย 17 ปี และเข้าร่วมทีมชาติในปี 1994 ใน ซีดานแจ้งเกิดในฟุตบอลดลกปี 1998 ที่ฝรั่งเศสเป็นเจ้าภาพ โดยเจ้าตัวสามารถทำประตูจากการโหม่งสร้างชัยชนะ 3-0 ถล่มเจ้าแห่งฟุตบอลอย่างบราซิลไป ทำให้ซีดานได้รับรางวัลบัลลงดอร์ในปีนั้น และในปี 2000 ทีมชาติฝรั่งเศสก็ยังคว้าแชมป์ยุโรปอีกด้วย ด้วยฝีไม้ลามืออันโดดเด่นของซีดาน ทำให้มาดริดทุ่มเงินกว่า60ล้านปอนด์เป็นสถิติที่สงสุดในโลกในช่วงเวลานั้น แต่เรียกได้ว่าคุ้มค่าตัวเขาได้พาทีมราชันชุดขาวคว้าถ้วยแชมป์เปี้ยนลีค หลังจากปี2006 ซีดานประกาศแขวนสตั๊ดหลังจากเกิดเหตุใช้หัวโขก มาเตรัซซี่ กองหลังทีมชาติอิตาลี ในนัดชิงชนะเลิศฟุตบอลโลกปีนั้น ส่งผลให้ทีมพ่ายแพ้ ถือเป็นการลาจากวงการฟุตบอลที่ไม่สวยหรูสักเท่าไหร่สำหรับเขา



7.คริสเตียโน โรนัลโด ( Cristiano Ronaldo )

คริสเตียโน โรนัลโด Cristiano Ronaldo

อีก 1 ตำนานหมายเลข 7 หรือ ฉายา CR7 ถือเป็นคู่แข่งของเมสซี่ในการเป็นที่ถกเถียงกันว่าใครเก่งกว่ากัน โรนัลโด้เป็นนักเตะชาวโปรตุเกส โรนัลโด้เริ่มเล่นฟุตบอลเมื่ออายุ 6 ขวบ กับทีมชุดใหญ่อังดูริญญา ในนามทีมเยาวชน ก่อนจะย้ายไปอยู่กับสโมสรนาซีอองนัลในปี 1995 โดยการจ่ายค่าตัวเป็นชุดฟุตบอลและลูกบอล ในปี1997 เขาได้เข้าร่วมสโมสรยักษ์ใหญ่อย่างสปอร์ติงลิสบอนและติดทีมชาติโปรตุเกสชุดต่ำกว่า 17 ปีในศึกชิงแชมป์ยุโรป เพียงไม่นานในปี2003เขาถูกย้ายตัวไปอยู่กับแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ดด้วยค่าตัวถึง 12.5 ล้านปอนด์และได้ถูกคัดเลือกให้ใส่เสื้อหมายเลข ” 7 ” ซึ่งถือเป็นเลขตำนานของทีมแมนยู โรนัลโด้ได้นำพาทีมคว้าแชมป์หลายรายการ จนกระทั่งถึงปี 2009 หลังจากนั้นเขาได้ย้ายไปเล่นให้กับราชชันชุดขาวเรอัลมาดริดในตำแหน่งกองหน้า โรนัลโด้เป็นนักเตะที่มีค่าเหนื่อยมากที่สุดทำลายสถิติกลายเป็นนักฟุตบอลคนแรกของโลกที่สามารถโกยรายได้เกิน1พันล้านดอลลาร์สหัฐฯ รวมถึงได้รางวัลบัลลงดอร์ไปแล้ว 5 สมัย อีกทั้งยังขึ้นแท่นแข้งยิงประตูมากที่สุดในโลกเป็นอันดับ 1 อีกด้วย


8.ยูเซบิโอ ( Eusebio )

ยูเซบิโอ Eusebio

ยูเซบิโอ ” เสือดำแห่งโมซัมบิค” นักฟุตบอลที่ยิ่งใหญ่ที่สุดคนแรกและตลอดกาลของแอฟริกา เขาเริ่มเล่นฟุตบอลอาชีพในวัย 15 ปีได้รับการทาบทามจากสโมสรยูเวนตุส แต่ได้ถูกมารดาห้ามไว้ พอวัย 18 ปี ยูเซบิโอได้เริ่มต้นค้าแข้งในต่างแดนกับสโมสรเบนฟิก้า ทีมชื่อดังของลีคโปรตุเกส ในการลงสนามครั้งแรกของเขาก็ซัดแฮตทรกให้กับทีมทันทีและ1ปีต่อมา เขาก็ได้รับรางวัลบัลลงดอร์รวมถึงรองเท้าทองคำไปครอบครองอีกด้วย มีสถิติการลงเล่นและเป็นผุ้ทำประตูสูงสุดตลอดกาลของทีม 473 ประตู การการลงแข่ง 440 นัด และ ในปี 1966 ยูเซบิโอได้ช่วยพาทีมชาติโปรตุเกาคว้าอันดับ 3 ในฟุตบอลโลกอีกด้วย



9.สแตนลี่ย์ แมทธิวส์ ( Stanlry Matthews )

สแตนลี่ย์ แมทธิวส์ Stanlry Matthews

สแตนลี่ย์ แมทธิวส์ เป็นนักเตะที่เล่นฟุตบอลอาชีพยาวนานมากถึง33ปีเลยทีเดียว ปีกพ่อมด คือฉายาอันเลื่องชื่อของเขาโดยการป่วนกองหลังด้วยความรวดเร็วจนได้ฉายาพ่อมดแห่งการครองบอล ในวัย 17 ปี แมทธิวส์ได้เริ่มเล่นฟุตบอลอาชีพให้แก่ทีมสโมสร สโต๊ค ซิตี้ การเข้ามาของเขาได้ชับเคลื่อนพาให้ทีมนั้นขึ้นชั้นสู่ลักที่สูงกว่าเดิม จากนั้นแบล็ค พลู ก็ได้ซื้อตัวไปเข้าร่วมทีม แมทธิวส์มีส่วนร่วมอย่างมาให้การนำทีมคว้าถ้วยรางวัลอย่างเอฟเอคัพ แมทธิวส์ได้ย้ายกลับมาช่วยกู้สถาณการณ์อันย้ำแย่กับสโมสรสโต๊ค ซิตี้ อีกครั้งและนำพาทีมให้กลับมายังลีกสูงสุดอีกรอบหนึ่ง แมทธิวส์เป็นนักฟุตบอลคนแรกของโลกที่ได้รับรางวัลบัลลงดอร์ รางวัลโลกบอลทองคำที่ถูกมอบให้กับนักฟุตบอลที่มีผลงานอันยอดเยี่ยมที่สุดในรอบปี
ถึงแม้ว่าฝีเท้าและความเร็วของเขาจะโดดเด่นมากในลีกการแข่งขัน แต่ในฟอร์มการเล่นให้กับทีมชาตินั้นเขากลับทำได้ไม่ค่อยดีนักแม้จะนำทีมถล่มอิตาลีถึง 4 ประตู แต่เจ้าตัวเองกลับไม่ได้รับรางวัลมาประดับเกียรติยศเลย ในวัย43ปี แมทธิวส์ได้ประกาศแขวนสตั๊ด และเมื่อปี 2000 เขาได้เสียชีวิตลงอย่างสงบด้วยวัย 85 ปี แต่ผลงานและความสามารถของเขานั้นยังคงเป็นที่ถูกกล่าวขานอยู่ตลอดเวลา



10.อัลเฟรโด ดิ สเตฟาโน ( Alfredo Di stefano )

อัลเฟรโด ดิ สเตฟาโน Alfredo Di stefano

เจ้าลูกธนูทอง หรือ อัลเฟรโด ดิ สเตฟาโน เป็นหนึ่งในผุ้เล่นที่ดีที่สุดตลอดกาลของทีมสโมสรชื่อดังอย่างเรอัลมาดริด กองหน้าที่ปรากฏตัวอยู่ทั่วสนาม คอยแย่งบอล จ่ายบอลและขับเคลื่อนทิศทางเกม เป็นผู้เล่นคนสำคัญที่ทำให้มาดริดนั้นได้ถ้วยรางวัลแชมป์ยูโรเปี้ยนคัพ(ยูฟ่าแชมป์เปี้ยนลีก)มากถึง 5 สมัยโดยการทำประตูให้กับทีมในรอบชิงชนะเลิศทุกครั้ง รวมถึงพาทีมคว้าแชมป์ลีกมากถึง 13 สมัยในตลอดอาชีพการค้าแข้งของเขา ( 1945 – 1966 ) และ อัลเฟรโด ดิ สเตฟาโน ยังเป็นดาวซัลโวให้กับ เรอัล มาดริด อีกด้วย